“นายกอ่างศิลา”เตรียมประชุมจนท.หาแนวทาง “รื้อถอนอาคาร-สิ่งปลูกสร้าง“ หลังศาล จ.ชลบุรี มีคำพิพากษาให้ “หมอคนดัง”รื้อถอน-สิ่งปลูกสร้าง”บริเวณที่ดิน ใกล้หาดช่อทิพย์ ต.อ่างศิลา และเตรียมฟ้องแพ่งพยาน หลังเบิกความต่อศาล ว่าชาวบ้านที่มาประท้วงเป็นม็อบรับจ้าง

นายวินัย พ้นภัยพาล นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองอ่างศิลา เปิดเผยผู้สื่อข่าวถึงกรณีิศาลจังหวัดชลบุรี ได้มีคำพิพากษา เมื่อวันที่ 5 กพ.68  ระหว่างฝ่ายโจทก์ ซึ่งเป็น ชาวบ้านต.อ่างศิลา  ได้ยื่นฟ้อง หมอคนดัง พร้อมพวก เป็นจำเลยรวม 4 คน   หลังจากได้รับความเสียหาย กรณีมีการปลูกสร้างอาคาร รั้ว กำแพง ประตู และสิ่งปลูกสร้างอื่นๆ เข้ามาในที่ดิน ภายในโครงการอ่างศิลา ริเวียร่า บีช  ซึ่งเป็นโครงการจัดสรรที่ดินจำนวนมากกว่า 50 แปลง บริเวณใกล้หาดช่อทิพย์ ต.อ่างศิลา อ.เมือง จ.ชลบุรี

    โดยศาลจังหวัดชลบุรี ได้มีคำพิพากษาให้จำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 ร่วมกันรื้อถอนรั้วคอนกรีตและขอบฟุตบาท รั้วไม้และรั้วลวดหนาม ที่อยูบนที่ดิน โฉนดที่ดินเลขที่ 1463 และ 130553 ตำบลอ่างศิลา อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรีออกทั้งหมด และปรับพื้นที่ให้มีสภาพเดิม และร่วมกันรื้อถอนอาคารสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งก่อสร้างบนที่ดินโฉนดเลขที่ 130550 ตำบลอ่างศิลา อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี ออกทั้งหมดและปรับพื้นที่ให้มีสภาพดังเดิม และจำเลยที่1 ยังมีหน้าที่รื้อรั้วประตู ที่อยู่บนที่ดิน โฉนดเลขที่ 62095 ตำบลอ่างศิลา อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี ออกทั้งหมดและปรับพื้นที่ให้มีสภาพเดิม ให้จำเลยที่ 3 รื้อถอนอาคารสิ่งปลูกสร้างซึ่งก่อสร้าง อยู่บนที่ดิน โฉนดเลขที่ 9796 ตำบลอ่างศิลา อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี ออกทั้งหมดและปรับพื้นที่ให้มีสภาพดังเดิม

    นายวินัย กล่าวว่า เทศบาลเมืองอ่างศิลา เตรียมประชุมหาข้อสรุป เพื่อหาแนวทางปฎิบัติดำเนินการในเรื่องดังกล่าว ตามคำพิพากษาของศาลจังหวัดชลบุรี  ที่มีคำสั่งให้จำเลยรื้อถอนอาคาร-สิ่งปลูกสร้าง-รั้ว ตอนนี้บอกไม่ได้ว่า ทางฝ่ายจำเลยจะปฏิบัติรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างตามคำสั่งศาลหรือไม่ แต่มีการเจรจาพูดคุยกันเพื่อขอแลกเปลี่ยน ไม่ให้มีการรื้อถอนอาคารบ้านพัก รวมทั้ง Clubhouse เพราะมันมีมูลค่าความเสียหายมาก

      อีกเรื่องหนึ่งซึ่งผมถือว่าเป็นการหมิ่นศักดิ์ศรีและหมิ่นประมาทชาวบ้านต.อ่างศิลา รวมทั้งรวมถึงตัวผม ที่ไปปฎิบัติหน้าที่ภายหลังจากชาวบ้านได้ประท้วงกรณีมีการนำเปลือกหอยและเศษขยะไปทิ้งบริเวณชายหาดช่อทิพย์ พื้นที่ประมาณ 4 ไร่

     ในส่วนนี้ ทนายโจทก์ได้ถามพยานในศาล ว่า  “การรวมตัวประท้วงเพื่อไม่ให้มีการขนขยะออกมาทิ้งบริเวณทางลงหาด ซึ่งพยานให้การต่อศาลว่า ”การเรียกร้องดังกล่าวเป็นม็อบ “ และให้การอีกว่า ”ข้าฯทราบว่าเป็นการจ้างมาคนละ200 บาท“ เรื่องนี้กำลังให้ฝ่ายกฎหมาย ดำเนินการอยู่ อาจฟ้องแพ่งกับพยานที่พูดต่อศาล ว่าเป็นการจ้างมาคนละ 200 บาท  ถือว่าเป็นการประมาทศักดิ์ศรีเพราะไม่เป็นจริงตามที่พยานได้เบิกความต่อศาล

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *